ส่วนหนังอีกเรื่องที่จะนำมาลงที่นี่ต่อจากเรื่องนี้ ก็จะเป็นเรื่องราวในทำนองเดียวกัน หากแต่เปลี่ยนจากผู้หญิงในฟากฝั่งตะวันตก มาเป็นผู้หญิงในฟากฝั่งตะวันออก หรือเอเชียที่เราคุ้นเคยกัน
-------------------------------------------------------------------------
Stepford Wife : ไขว่คว้าหาความสมบูรณ์แบบ
คุณตั้งคุณสมบัติหรือสเปคของคู่ครองในอุดมคติไว้อย่างไรบ้าง แน่นอนหล่ะ ต่างคนต่างก็ตั้งไว้แตกต่างกันไปตามพื้นฐานครอบครัว ตามรสนิยม ตามประสบการณ์ของตัวเอง สำหรับคนที่ยังมั่นใจหรือยังมีปัญหาในการเลือกคู่ครองก็อาจอาศัยหนังสือ ตำราวิชาการต่าง ๆ ที่อ้างอิงทฤษฎีว่าด้วยหลักของการเลือกคู่ ไม่ก็เป็นหนังสือประเภทฮาวทูประเภท เลือกคู่อย่างไรให้ชีวีมีสุข, 108 วิธีการเลือกคู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ฯลฯ ที่วางขายเกลื่อนตลาดในสมัยนี้
คู่ครอง หรือคนรักในฝัน ในจินตนาการ หรือในอุดมคติ แท้จริงแล้วมันคงอยู่แค่ในโลกแห่งความฝันของเรา หรืออย่างมาก มันก็ไปปรากฏในโลกของหนังสือ นิยาย ภาพยนตร์ ถ้าจะให้ทันยุคสมัยหน่อยก็อยู่ในเกมส์ของโลกไซเบอร์ เท่านั้น ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่เคยมีอยู่ในโลกแห่งความจริงเลยแม้แต่น้อย

ภาพยนตร์เรื่อง Stepford Wife ซึ่งภาพยนตร์แนวโรแมนติค คอมเมดี้ ผสมไซไฟ แฟนตาซีเล็กน้อย ไม่เน้นความสมจริง เน้นความสนุกเพลิดในการดูมากกว่า และดึงดูดคนดูด้วยบทบาทการแสดงที่รับประกันฝีมือได้ของนักแสดงเจ้าบทบาทหลายคน ไม่ว่าจะเป็น นิโคล คิดแมน, เกลน โคลส, เบ็ต มิตเลอร์ ฯลฯ
ว่าด้วยเรื่องของ สามีหนุ่มผู้มีบุคลิกอบอุ่นอย่าง วอลเตอร์ (แมทธิว โบรเดอริค) ดูจะตกอยู่สถานะเป็นรอง หรือเป็นผู้ตามภรรยาของเขา ผู้ซึ่งมีบุคลิกมาดมั่นตามแบบฉบับของหญิงทำงานยุคใหม่อย่าง โจแอนนา (นิโคล คิดแมน) เธอเหนือกว่าเขาทั้งในเรื่องความสามารถในหน้าที่การงาน ไปจนถึงความสามารถในการหาเงินเลี้ยงครอบครัว เธอมุ่งมั่นเอาใจใส่ในหน้าที่การงาน จนละเลยที่จะใส่ใจในความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของสามี ละเลยที่ใส่ใจกับความอ่อนโยน ความห่วงหาอาทรภายในครอบครัว
บรรยากาศภายในครอบครัวของวอลเตอร์ เริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียดมากขึ้น เมื่อโจแอนนาประสบความล้มเหลวในการทำงาน เพราะรายการทีวีแบบเรียอัลลิตี้โชว์ยอดนิยมที่เธอเป็นผู้อำนวยการผลิต ถูกถอดออกจากผังรายการสถานีโทรทัศน์ ด้วยเนื้อหาของรายการนั้นมุ่งที่จะให้ความสำคัญในสิทธิของผู้หญิงมาก จนเกิดกรณีอื้อฉาวทำให้สามีภรรยาคู่หนึ่งต้องแยกทางเลิกร้างกัน โจแอนนาตกอยู่ในความรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง จนถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาล
วอลเตอร์มองเห็นว่า นี่เป็นโอกาสอันดี ที่นอกจากจะทำให้โจแอนนาได้พักผ่อนทั้งกายและใจจากหน้าที่การงานที่เธอทำอย่างหักโหมมาตลอดแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ เขาหวังที่จะเปลี่ยนเธอให้เป็นแม่บ้านแม่เรือน เป็นศรีภรรยาที่อ่อนโยนตามแบบฉบับที่เขาคิดฝันไว้มาตลอด ด้วยการพากันย้ายนิวาสถานทั้งครอบครัว จากนิวยอร์คเมืองหลวงอันแสนสับสนวุ่นวาย ไปยังหมู่บ้านแสนสงบเงียบ แต่สวยงามหรูหรา และทันสมัยไฮเทคแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Stepford
หมู่บ้าน Stepford ถูกจัดวางผังเมืองไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูสะอาดตา ถนนหนทางราบเรียบสวยงาม ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้หลากชนิด ดอกไม้หลากสี ผู้คนทักทายโอภาปราศรัยกันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส เปี่ยมด้วยน้ำใจไมตรี ทุกอย่างล้วนดูดีไปหมด โดยเฉพาะผู้หญิงในหมู่บ้านทุกคนล้วนอยู่ในรูปลักษณ์เดียวกันคือ เป็นหญิงผมบลอนด์ พูดจาด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน หน้าตายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา สวมใส่กระโปรงชุดทรงบานสีสันสดใส
กิจวัตรประจำวันของพวกเธอคือ อยู่บ้านจัดเตรียมอาหารการกินให้กับสามี ทำความสะอาดดูและบ้านช่องห้องหับให้สะอาดสะอ้านแลดูดีมีรสนิยม ใช้กิจกรรมยามว่างไปกับการออกกำลังกายในสโมสรสำหรับผู้หญิง หรือไม่ก็จับกลุ่มคุยกันเรื่องหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับการประดับประดาตกแต่งบ้านเรือน หรือพวกงานประดิษฐ์สำหรับใช้ในเทศกาลงานพิธีประจำปีต่าง ๆ
เพียงแค่ครั้งแรกที่โจแอนนาได้เข้าร่วมกิจกรรมงานเทศกาลวันชาติของอเมริกา ซึ่งทางหมู่บ้านจัดขึ้นมา เธอรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดของผู้หญิงใน Stepford ที่ดูเหมือนจะมีบุคลิก พฤติกรรมในแบบเดียวกันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม การทักทาย การแสดงไมตรี ก็จะทำตาม ๆ พร้อม ๆ กันไปหมด แต่ก็มียังคนใน Stepford มาใหม่อีก 2 คนที่คิดเหมือนกับโจแอนนา และกลายเป็นเพื่อนซี้ของโจแอนนาไปโดยปริยาย คือ บ๊อบบี้ (เบ็ต มิตเลอร์) สาวใหญ่ขี้เมา นักเขียนมือรางวัลชื่อดัง กับ โรเจอร์ (โรเจอร์ แบนนิสเตอร์) เกย์ควีนหนุ่มฝีปากจัดจ้าน ทั้งสองต่างก็ถูกสามีชักชวนให้มาอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ต่างจากโจแอนนา
วันหนึ่ง เมื่อโจแอนนาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกของหมู่บ้าน Stepford เกิดยืนหมุนติ้วกลางวงเต้นรำไม่ยอมหยุดอย่างผิดปกติมนุษย์มนา สองสามีภรรยา ไมค์ (คริสโตเฟอร์ วอลเคน) และ แคลร์ (เกลน โคลส) ประธานของหมู่บ้านพยายามบอกโจแอนนาว่า ผู้หญิงคนนั้นปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่โจแอนนาไม่เชื่อ เรื่องนี้ก็เลยถูกนำมาถกเถียงกัน จนกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกับวอลเตอร์สามีของเธอ จนเกือบจะแยกทางกัน แต่ในที่สุดโจแอนนาก็ยอมจำนนต่อเหตุผลและความรักของวอลเตอร์ เธอยอมปรับเปลี่ยนตัวเองจากผู้หญิงที่เข้มแข็งดุดัน กลายเป็นศรีภรรยาผู้อ่อนหวาน ใช้เวลาไปกับการจัดหาอาหารการกิน แต่งตัวในแบบฉบับของหญิงสาวใน Stepford ในขณะที่เพื่อนซี้ของเธออีกสองคนยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้เธอจะพยามยามเกลี้ยกล่อมให้เห็นคล้อยตามอย่างไรก็ตาม
โดยปกติวอลเตอร์ มักจะออกไปสังสรรค์หรือเล่นกีฬากับเพื่อนชายในหมู่บ้านอยู่เสมอ แต่วันหนึ่งโจแอนนาและบ๊อบบี้พบสิ่งผิดสังเกตบางอย่าง จากการตามติดสามีของทั้งคู่ไปยังสโมสรของบุรุษประจำหมู่บ้าน เมื่อเห็นผู้ชายทุกคนในหมู่บ้านมารวมตัวกัน และพูดจากันด้วยเรื่องราวแปลก ๆ ที่เธอทั้งสองไม่เข้าใจ อีกทั้งพบว่าโรเจอร์เพื่อนเกย์ของเธอทั้งสองก็มาร่วมวงในหมู่ชายหนุ่มทั้งหลายนั้นด้วย
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น โจแอนนาและบ๊อบบี้พบว่า โรเจอร์เปลี่ยนไป เขาพูดจาเป็นการเป็นงานราวกับนักการเมืองมืออาชีพ แต่งกายสุภาพเรียบร้อยราวชายหนุ่มมาดแมน 100% แล้วโจแอนนาก็ต้องตกใจอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้นเธอที่ไปหาบ๊อบบี้ที่บ้าน บ้านของบ๊อบบี้เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างน่าประหลาดใจ บ็อบบี้กลายเป็นหญิงสาวตามแบบฉบับของ Stepford อย่างเต็มตัว เธอพูดจากไพเราะ่ ผมบลอนด์ กระโปรงบาน และกำลังง่วนอยู่กับการตกแต่งบ้าน
และแล้วในที่สุด หลังจากที่เธอได้พบเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงใน Stepford แล้วเธอก็ติดตามสามีของเธอไปยังสโมสรของบุรุษประจำหมู่บ้านอีกครั้ง โจแอนนาก็ไม่ต่างจากเพื่อนซี้สองคนของเธอ ครั้งนี้เธอกลายเป็น StepfordWife อย่างเต็มตัว สมใจอย่างที่วอลเตอร์สามีของเธอต้องการ แต่ความสมใจนี้จะใช่อย่างที่วอลเตอร์ต้องการจริง ๆ หรือไม่ อย่างไร (คงเดากันได้ไม่ยาก)
คำตอบสำหรับคำถามในใจของวอลเตอร์ และความแปลกประหลาด เร้นลับของหมู่บ้าน Stepford ได้ถูกคลี่ลายออกมาอย่างเหลือเชื่อในช่วงท้ายของเรื่อง ในงานเลี้ยงฉลองต้อนรับและแสดงความยินดีกับ โจแอนนาและวอลเตอร์ ในฐานะ คู่สามีภรรยาสมบูรณ์แบบตามวิถีของอเมริกันชน
อันความรู้สึกที่ว่า เธอคนนี้แหละ ใช่เลย หรือ เธอ คือคนที่เพอร์เฟ็กที่สุดสำหรับฉันแล้ว ในช่วงแรกเริ่มของการรู้จักมักคุ้นกัน จนถึงขั้นยอมสละหลายสิ่งหลายอย่าง จนถึงสละความเป็นตัวตนของเรา เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งพึงพอใจ และตอบสนองเราด้วยความรักเช่นกัน
ความเพอร์เฟ็ก ความสมบูรณ์แบบที่เรามองเห็นในแรกเริ่มคบหาดูใจแฟนหรือคนรักนั้น มันเป็นเพียงการเลือกที่จะมองแต่สิ่งที่ตรงกับสิ่งที่ใจเราคิดไว้ต่างหาก หาใช่เพราะความดีพร้อมของอีกฝ่ายแต่อย่างใด และเราก็ต้องยอมรับว่า ณ ห้วงเวลานั้น เวลาที่หัวใจกำลังลิงโลดโชติช่วงไปกับความหอมหวานของความรัก สติสตังที่จะมาเพ่งมองหาจุดด้อยก็ดูจะน้อยเต็มทน หรืออาจจะมองผ่านเลยไปด้วยซ้ำ
คนที่ผ่านชีวิตแต่งงาน หรืออย่างน้อยคนที่เคยมีแฟน หรือคนรักสักคน สักครั้งมาแล้ว ก็คงจะตระหนักดีว่า ในความจริงเราไม่อาจหาได้ความสมบูรณ์แบบตามที่เราคิดไว้ได้อย่างแน่นอน ยิ่งใช้เวลานานวันขึ้น เราก็จะมองเห็นถึงความบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์ หรือเห็นเรื่องแย่ ๆ ระหว่างกันและกันมากขึ้น
บางคู่ดูจะอับจนหนทางที่จะฟันฝ่าช่วงวิกฤตของชีวิตคู่ช่วงนั้น จนสุดท้ายต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปหาความสมบูรณ์พูนพร้อมที่ต้องการจากที่อื่น ๆ หรือคนอื่น ๆ ต่อไป บางคู่ก็ใช้วิธีปรับเปลี่ยน ยอมรับ ความสัมพันธ์อันไม่สมบูรณ์นั้น แล้วพยายามประคับประคองเพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยดี
เหมือนดั่งเช่นที่วอลเตอร์ยอมรับและเข้าใจ ในความไม่สมบูรณ์แบบของโจแอนนา และมองเห็นสิ่งสวยงามบางอย่างในตัวโจแอนนาอยู่เหนือกว่าในความไม่สมบูรณ์แบบนั้น
สุดท้าย ผู้เขียนต้องขออภัยและช่วยไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง หากอ่านจบแล้วเกิดอาการคลื่นเหียนอยากอาเจียน เพราะหมั่นไส้ในความรอบรู้ (หรืออวดรู้กันแน่หว่า?) เนื่องจากวันนี้ผู้เขียนเกิดอาการองค์ลง สวมวิญญาณ Guru ผู้หยั่งรู้เรื่องความรักขึ้นมาอย่างกะทันหันซะอย่างนั้น (ฮา)
(เขียนที่ ไดอารี่อีส.คอม เมื่อ 27-03-49)

